ศูนย์ดูแลสุขภาพและฟื้นฟูแบบองค์รวม ที่มุ่งเน้นการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ เราดูแลทั้งร่างกาย จิตใจ และความสัมพันธ์อันล้ำค่าภายในครอบครัว เพราะทุกช่วงเวลาของชีวิตสมควรได้รับความหมาย ความสุข และความพึงพอใจ

ผู้ป่วยสโตรกกินอะไรดี? 5 อาหารควรกินและอาหารที่ควรเลี่ยง
แนะนำอาหารสำหรับผู้ป่วยสโตรก อาหารที่ควรกินและควรเลี่ยง พร้อมตัวอย่างเมนูและข้อควรระวังเรื่องการกลืน เพื่อช่วยฟื้นฟูร่างกายและลดความเสี่ยงสโตรกซ้ำ
ทำไมอาหารจึงสำคัญต่อการฟื้นฟูผู้ป่วยสโตรก?
ผู้ป่วยสโตรกบางรายอาจมีอาการแขนขาอ่อนแรง เคี้ยวหรือกลืนอาหารลำบาก รวมถึงมีโรคประจำตัว เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน หรือไขมันในเลือดสูง
การจัดอาหารให้เหมาะสมจึงมีส่วนช่วยในหลายด้าน ได้แก่
อย่างไรก็ตาม อาหารไม่ได้รักษาเนื้อสมองที่เสียหายโดยตรง แต่เป็นส่วนหนึ่งของการฟื้นฟูร่วมกับการรักษา การใช้ยา และการทำกายภาพบำบัด
เช่น ปลานึ่ง ปลาอบ ไข่ เต้าหู้ และเนื้อไก่ไม่ติดหนัง ช่วยให้ได้รับโปรตีนสำหรับรักษาและฟื้นฟูกล้ามเนื้อ ควรเลือกวิธีปรุงแบบต้ม นึ่ง หรืออบแทนการทอด

เช่น ข้าวกล้อง ข้าวไรซ์เบอร์รี และข้าวโอ๊ต มีใยอาหารช่วยดูแลสุขภาพหัวใจและหลอดเลือด โดยควรควบคุมปริมาณให้เหมาะสม โดยเฉพาะผู้ที่เป็นเบาหวาน

เช่น ผักใบเขียว แครอต ฟักทอง และบรอกโคลี ให้ใยอาหาร วิตามิน และแร่ธาตุ ควรปรุงให้มีเนื้อสัมผัสเหมาะกับความสามารถในการเคี้ยวและกลืน

เช่น ฝรั่ง แอปเปิล ส้ม และมะละกอ ให้ใยอาหารและวิตามิน ควรรับประทานในปริมาณเหมาะสมและหลีกเลี่ยงผลไม้เชื่อมหรือผลไม้แช่อิ่ม

เช่น น้ำมันมะกอก น้ำมันรำข้าว อะโวคาโด และถั่วไม่เค็ม ช่วยทดแทนไขมันอิ่มตัวในอาหาร แต่ต้องระวังถั่วทั้งเมล็ดในผู้ป่วยที่มีปัญหาเคี้ยวหรือกลืน

เช่น บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป อาหารแปรรูป ไส้กรอก ของหมักดอง และอาหารที่ใส่น้ำปลา ซีอิ๊ว หรือผงปรุงรสมากเกินไป เพราะอาจทำให้ควบคุมความดันโลหิตได้ยาก

เช่น หมูสามชั้น หนังไก่ เนื้อติดมัน และอาหารทอดบ่อย ๆ อาจส่งผลเสียต่อระดับไขมันในเลือดและสุขภาพหลอดเลือด

เช่น น้ำอัดลม ชานมไข่มุก ชาเย็นหวานจัด และขนมหวาน เพราะทำให้ควบคุมระดับน้ำตาลและน้ำหนักตัวได้ยาก โดยเฉพาะผู้ป่วยที่เป็นเบาหวานร่วมด้วย

อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อความดันโลหิตสูง การหกล้ม และเกิดปฏิกิริยากับยาบางชนิด ผู้ป่วยควรปรึกษาแพทย์ก่อนดื่ม โดยเฉพาะผู้ที่เคยมีเลือดออกในสมอง

เช่น ถั่วทั้งเมล็ด ขนมกรอบ และอาหารเนื้อสัมผัสผสมหลายแบบ อาจเพิ่มความเสี่ยงสำลักในผู้ป่วยบางราย จึงต้องประเมินการกลืนก่อนเลือกอาหาร

ตัวอย่างเมนูอาหาร 1 วัน สำหรับผู้ป่วยสโตรก
| มื้ออาหาร | เมนูแนะนำ |
| มื้อเช้า | ข้าวต้มปลาไม่เค็มจัด + ผักต้มสุก |
| มื้อกลางวัน | ข้าวกล้อง + ปลานึ่ง + ต้มจืดเต้าหู้ผักกาดขาว |
| มื้อเย็น | ข้าวปริมาณเหมาะสม + ไก่ต้มไม่ติดหนัง + ผัดผักน้ำมันน้อย |
| อาหารว่าง | ผลไม้สดปริมาณเหมาะสม หรือโยเกิร์ตรสธรรมชาติไม่เติมน้ำตาล |
ตัวอย่างนี้เหมาะสำหรับผู้ที่เคี้ยวและกลืนอาหารได้ปลอดภัยเท่านั้น ปริมาณอาหารและเนื้อสัมผัสต้องปรับตามโรคประจำตัว ภาวะโภชนาการ และผลประเมินการกลืนของแต่ละคน
สิ่งสำคัญที่ครอบครัวมักมองข้าม: ผู้ป่วยสโตรกอาจกลืนอาหารไม่ปลอดภัย
หลังเกิดสโตรก ผู้ป่วยบางรายมีภาวะกลืนลำบาก (Dysphagia) ซึ่งอาจทำให้อาหารหรือน้ำเข้าสู่ทางเดินหายใจ และเพิ่มความเสี่ยงปอดอักเสบจากการสำลักได้
สัญญาณที่ควรระวัง ได้แก่ ไอหรือสำลักระหว่างกินอาหาร เสียงเปลี่ยนหลังกลืน อาหารค้างในปาก หรือรับประทานอาหารได้น้อยลง ทั้งนี้บางรายอาจสำลักโดยไม่ไอ
ผู้ป่วยควรได้รับการคัดกรองการกลืนก่อนเริ่มรับประทานอาหารหรือน้ำทางปากหลังเกิดสโตรก หากมีปัญหาการกลืน ต้องให้ทีมรักษาประเมินและกำหนดลักษณะอาหารหรือความข้นของน้ำที่เหมาะสม ไม่ควรปรับอาหารปั่นหรือใช้น้ำข้นเองโดยไม่มีคำแนะนำ
การฟื้นฟูสโตรกต้องดูแลมากกว่าเรื่องอาหาร
การฟื้นฟูผู้ป่วยสโตรกควรดำเนินอย่างต่อเนื่องและครอบคลุมหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นการฝึกเดิน การเพิ่มกำลังกล้ามเนื้อ การฝึกทำกิจวัตรประจำวัน การสื่อสาร และการดูแลสุขภาพจิต
การดูแลด้านโภชนาการควบคู่กับการฟื้นฟูจึงเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้ผู้ป่วยมีความพร้อมในการฝึก และสามารถพัฒนาความสามารถในการใช้ชีวิตประจำวันตามศักยภาพของตนเอง
The Parents Wellness and Rehabilitation ดูแลโภชนาการควบคู่กับการฟื้นฟู
ที่ The Parents Wellness and Rehabilitation เราให้ความสำคัญกับการดูแลผู้ป่วยแบบองค์รวม ทั้งด้านร่างกาย โภชนาการ และคุณภาพชีวิต
ภายในศูนย์มี ครัวกลางและนักกำหนดอาหาร เพื่อช่วยวางแผนและจัดอาหารให้เหมาะสมกับผู้เข้าพักแต่ละบุคคล โดยคำนึงถึงโรคประจำตัว ความต้องการสารอาหาร และข้อจำกัดด้านสุขภาพ
สำหรับผู้ป่วยสโตรก การดูแลด้านอาหารสามารถทำควบคู่กับแผนฟื้นฟูเฉพาะบุคคล โดยประสานกับทีมดูแล เพื่อสนับสนุนให้ผู้ป่วยได้รับสารอาหารที่เหมาะสมและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
เพราะการฟื้นฟูไม่ได้หมายถึงเพียงการกลับมาเดินได้ แต่ยังรวมถึงการกลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างปลอดภัยและมีคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุดเท่าที่เป็นไปได้
สอบถาม / เข้าเยี่ยมชมสถานที่ / ปรึกษาเพื่อเข้าพักฟื้นฟู
Tel. 02-091-1956, 095-167-1839, 081-248-0962
Line OA: @tmnc | https://lin.ee/ifpiZEf
Website: https://theparents.com
การเดินทางสะดวกเชื่อมต่อถนนได้หลายเส้นทาง ถนนราษฎร์พัฒนา มาทางเส้นรามคำแหง หรือ
ตาม GPS GOOGLE MAP : https://maps.app.goo.gl/amz3XooojtQPy9Pn7
– – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – –
รับประทานได้หากกลืนได้ปลอดภัย แต่ควรควบคุมปริมาณให้เหมาะสม โดยเฉพาะผู้ป่วยเบาหวาน ข้าวเหนียวอาจไม่เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาการเคี้ยวหรือกลืน
โดยทั่วไปไข่เป็นแหล่งโปรตีนที่ดีและสามารถเป็นส่วนหนึ่งของอาหารประจำวันได้ แต่ควรพิจารณาปริมาณร่วมกับอาหารทั้งวันและโรคประจำตัว
ไม่จำเป็นต้องงดเกลือทั้งหมด แต่ควรลดอาหารเค็มและควบคุมโซเดียมตามคำแนะนำของทีมรักษา โดยทั่วไปแนวทางสุขภาพแนะนำโซเดียมไม่เกิน 2,000 มิลลิกรัมต่อวันสำหรับผู้ใหญ่ และบางรายอาจต้องกำหนดเฉพาะบุคคล
ไม่ควรซื้ออาหารเสริมมาใช้เอง เพราะบางชนิดอาจมีปฏิกิริยากับยาต้านเกล็ดเลือดหรือยาต้านการแข็งตัวของเลือด และยังไม่มีอาหารเสริมชนิดใดที่พิสูจน์ว่าสามารถรักษาสโตรกได้
ขึ้นอยู่กับตำแหน่งและความรุนแรงของสมองที่ได้รับผลกระทบ อายุ โรคร่วม และการตอบสนองต่อการฟื้นฟู บางรายพัฒนาได้ในช่วงหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน และบางรายยังพัฒนาต่อเนื่องได้ในระยะยาว